Latest Entries »

ชื่อเรื่อง ครอบครัวอบอุ่น
ชื่อผู้แต่ง ทองดี สุรเตโช
สำนักพิมพ์ สำนักงานกิจกรรมสตรีและสถานบันครอบครัว ปีที่พิมพ์2552
สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
ครอบครัวอบอุ่น
คำว่า ครอบครัว เป็น คำที่มีความหมายมาก คือ หมายถึงความรักความอบอุ่น ความเป็นอันเดียวกัน สมัยลูกเป็นเด็กๆ เราอยู่รวมกันเป็นครอบครัว มีเสียงหัวเราะสนุกสนาน มี เสียงวิ่งเล่นวิ่งไล่กัน ได้ทานอาหารรวมกัน ได้อะไรด้วยกัน ดูมันมีชีวิตชีวา แม้พ่อแม่จะทำงานเหน็ดเหนื่อยกันมา พอเห็นหน้าลูกๆ มาคอยต้อนรับหน้าประตู ถามว่าเหนื่อยไหมแล้วช่วยถือกระเป๋าถือของให้ เท่านี้ก็หายเหนื่อยแล้ว เห็นลูกกินได้นอนหลับ พ่อกับแม่ก็สบายใจนี่แหละลูกเอ่ยที่เขาว่าครอบครัวที่อบอุ่น ตอนนี้ลูกก็โตกันแล้ว หากสามารถเสบเป่าได้ พ่อกับแม่ก็อยากจะเสบเป่าให้ครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่อบอุ่น พร้อม หน้าพร้อมตากัน เหมือนตอนเป็นเด็กทานข้าวด้วยกัน ถามไถ่สุขของกันและกัน ได้อุ่มหลานตัวน้อยๆ เท่านี้ก็ยืนอายุให้พ่อกับแม่ได้อีกหลายปีแล้วลูกเอ่ย
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
1 รู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
2 รู้จักความเป็นอยู่ของครอบครัวว่าเวลาพ่อแม่ทำงานหาเงินมาซื้อกับข้าว พ่อกับแม่ต้องทนเหน็ดเหนื่อยมากขนาดไหน เพื่อจะให้ลูกๆอยู่กินมีความสุข
ข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
จากที่เราได้อ่านมาแล้วเรื่องครอบครัวอบอุ่นมาแล้วเราสามารถนำมาประยุกต์ได้ในชีวิตประจำวัน เพราะการเป็นแม่นั้นควรที่จะทำให้ลูกๆมีความสุขถึงพ่อกับแม่จะทำงานเหน็ดเหนื่อยกันมาเพียงใด
ข้อความที่ประทับใจ/ข้อคิดเห็นของนักเรียน
แม้ พ่อกับแม่จะทำงานเหน็ดเหนื่อยกันมาแค่ไหน พอเห็นหน้าลูกๆเท่านี้ก็หายเหนื่อยแล้ว พ่อกับแม่ก็สบายใจแล้ว นี่แหละลูกเอ๋ยที่เขาว่าครอบครัวที่อบอุ่น
Advertisements

ชื่อเรื่อง  อยู่ที่หัวใจ

ชื่อผู้แต่ง  มุซักกีร
สำนักพิมพ์  ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
ปีที่พิมพ์  ประจำเดือนกุมภาพันธ์  มีนาคม  เมษายน  พ.ศ.2551
สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
หัวใจของคนเราเป็นศูนย์กลางของการกระทำทุกสิ่งทุกอย่าง  เพราะหัวใจนี่แหละที่ทำให้ผลลัพธ์ของการกระทำเปลี่ยนแปลง  ถ้าใจของเราคิดดีผลลัพธ์ที่เราทำนั้นก็จะออกมาดี  ถ้าใจเราคิดไม่ดีผลลัพธ์ที่อกมานั้นก็จะไม่ดีด้วย  แต่ถ้าเรามัวแต่กลัวจนไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไรเลยก็จะเกิดผลเสียตามมา   การงานทุกการงานก็ขึ้นอยู่กับหัวใจ  ดังนั้นเราจึงควรทำงานทุกงานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์เพราะว่ามันจะส่งผลดีต่อตัวเราและคนรอบข้างของเราด้วยเช่นกัน
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน   ทำให้เรารู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราลงมือทำอะไรก็แล้วแต่ด้วยจิตใจที่ไม่บริสุทธิ์แล้วกจะเกิดผลเสียต่อตัวเราได้
การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
1.   เราต้องคิดก่อนทำเสมอ
2.   การที่เราจะทำอะไรสักอย่างเราต้องซื่อสัตย์เสมอ
3.   เราต้องกล้าที่จะทำอะไรถ้ามัวแต่กลัวแล้วเมื่อไหร่ถึงจะประสบผลสำเร็จ
4.   ถ้าเราทำดีเราก็จะได้ดีแต่ถ้าเราทำชั่วผลออกมาก็จะไม่ดีด้วย
5.   การที่เราจะทำอะไรนั้นเราควรที่จะคิดว่าทำแล้วมีผลต่อใครบ้าง
ข้อความที่ประทับใจ/ข้อคิดเห็นของนักเรียน
การที่เราจะทำงานทุกชิ้นนั้นอยู่ที่หัวใจ  ดังนั้นเราจึงควรทำงานทุกงานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และเราก็ต้องซื่อสัตย์กับงานที่ต้องทำ
ชื่อเรื่อง    ถนนนี้ไม่ใช้ของท่าน
ชื่อผู้แต่ง   อาจารย์มันศูร  อับดุลลอฮ์
สำนักพิมพ์    อาวีพาณิชย์     ปีที่พิมพ์   2549
สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
เด็กๆกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งเล่นกันอยู่อย่าง สนุกสนามบนถนนหนทางที่ผู้คนสัญจรไปมา ในเวลาต่อมาขบวนของคอลีฟะฮอัลมะนูน ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของมวลมนุษย์ในเวลานั้นพร้อมคณะผู้ติดตามก็เดินทางมาทาง นั้น ผู้คนที่สัญจรไปมาและเด็กที่วิ่งเล่นกันเจี๊ยวจ๊าวต่างก็วิ่งหลบหลีกกันไป หมดด้วยความเกรงกลัวต่อคอลีฟะฮและทหารผู้ไกล้ชิก แต่มีเด็กอยู่คนหนึ่งที่ไม่วิ่งออกไปจากทางเดินนั้น แกยืนจ้องเขม็งไปที่ขบวนเดินทางของคอลีฟะฮซึ่งค่อยฯเข้ามาไกล้เข้ามาไกล้ ประชาชนที่แอบซ่อนอยู่ตามร้านมองมาที่เด็กน้อยคนนี้ตาไม่กระพริบ คอลีฟะฮเองก็รู้สึกแปลกใจกับเด็กคนนี้ เมื่อเดินทางมาถึ่งคอลีฟะฮจึ่งถามเด็กคนนี้ว่า”เจ้าหนู…ทำไม่เจ้าไม่วิ่ง หนีเหมือนเด็กคนอืนเขาล่ะ.?”เจ้าหนูน้อยเงยหน้าขึ่นแล้วตอบอย่างไม่หวันกลัว ว่า”โอ้ท่านคอลีฟะฮ์…ทางเดินไม่ได้แคบนัก ท่านสามารถเดินทางผ่านไปได้แม้ว่าเขาจะยื่นอยู่ที่นี่ ข้าไม่ได้รู้สึกว่าข้าทำผิดต่อท่านคอลีฟะฮด้วย ข้าไม่ได้เกรงกลัวต่อท่าน แล้วข้าจะต้องวิ่งไปทำไม และข้าคิดด้วยว่าท่านจะไม่ทำอะไรข้า เพราะข้าไม่มีความผิดใดๆ…”คอลีฟะฮได้ฟังเช่นนั้นทั้งในดวามกล้าหาญและความ ชาญฉลาดของเจ้าเด็กน้อยจึงได้ถามว่า”เจ้าชื่ออะไรล่ะ…?””ข้าชื่อ มุฮัมมัด บิน อะลี ริฎอ”เจ้าน้อยตอบ ได้ฟังเช่นนั้น คอลีฟะฮ มะมูมถึงกับอุทานว่า “มาชาอัลลอฮ สมควรแล้วละเพราะเจ้าเป็นลานของท่านนบี”
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
1.ผู้ที่ไม่ได้ทำความผิดไม่จำเป็นต้องเกรงกลัว
2.ผู้ที่ไม่ได้ทำความผิดมักจะกล้าหาญเสมอ
3.ความกล้าหาญและการเดินหน้าย่อมไม่แพ้อุปสรรคใดๆ
การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
1.ถ้าหากเราไม่ได้กระทำความผิดใดๆเราก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวต่อสิ่งนั้น
2.ผู้ที่ไม่กระทำความผิดจะเป็นผู้ที่กล้าหาญที่จะต่อสู้ต่ออุปสรรคนั้นๆ
ข้อความที่ประทับใจ / ข้อคิดเห็นของนักเรียน
การที่เราไม่กระทำความผิดต่อผู้ใดนั้นจะทำให้ เราเชื่อในสิ่งนั้นว่าจะไม่มีไครสามารถทำอะไรเราได้ดังนั้นหากเราไม่ไดกระทำ ความผิดเราก็จะต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคนั้น

ชื่อเรื่อง    บ้านของฉัน

ชื่อผู้แต่ง    ธามาดา
สำนักพิมพ์ ศรีสยามพริ้นท์แอนด์แพคก์ จำกัด  ปีที่พิมพ์   2553
                พลอย มีความฝันอย่างหนึ่ง เธออยากมีบ้านที่สวยงาม มีทุกอย่างเพียบพร้อม ทุกเวลาที่อยู่ในบ้านมีแต่ความสุขสบาย เธออยากมีรถหรูๆขับ อยากมีเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ทุกสิ่งอย่างที่เธออยากได้มีขายอยู่ทั่วๆไป แต่สิ่งที่จะเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นของเธอ คือ “เงิน”
                เธอ จึงตั้งใจทำงานมากขึ้น หางานพิเศษทำ เพื่อที่เธอจะได้มีเงินเพิ่มมากขึ้น เธอทำงานหนักทุกวัน เพื่อที่จะได้ในสิ่งที่เธอต้องการ ตลอดหลายปีที่เธอทำงานหนัก ทำให้เธอมีเงินมากมาย พอที่จะซื้อของที่เธออยากได้ เธอซื้อบ้านหลังใหญ่ ซื้อเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆที่เธออยากได้  แต่มันยังไม่พอสำหรับเธอ เธอก็ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นอีก แล้วเธอก็ซื้อทุกอย่าง จนตอนนี้ที่บ้านของเธอมีครบทุกอย่าง โอ้…ฉันมีความสุขจังเลย(เธอบอก)
                หลัง จากนั้นไม่กี่วันบ้านของเธอก็ถูกไฟไหม้ จนเหลือแต่วากให้เธอดูต่างหน้า บ้านหลังที่เธอทำงานหนักเพื่อที่จะได้มันมา วันนี้มันหมดไปแล้ว เธอไม่มีอะไรเหลือเลยนอกจากตัวเธอและความรู้ที่มี เธอจึงตัดสินใจที่จะทำงานแล้วสร้างบ้านหลังเล็กๆ ไม่ต้องหรูหรา ไม่ต้องมีของราคาแพงมากมาย ไม่ต้องสวยงาม แต่แค่มีบ้านก็สบายใจแล้ว
                เธอ เดินเข้าไปในบ้านหลังเล็กๆที่เธอสร้างมากับมือ เธอมองข้าวของที่ดูธรรมดา นี้คือบ้านแสนธรรมดาที่สบายที่สุด บ้านไม่จำเป็นต้องใหญ่โต สวยหรูอะไรเลย ขอเพียงเป็นสถานที่ ที่เราอยู่แล้วสบายใจ เท่านั้นก็เพียงพอ ไม่มีที่ใดสุขใจ เท่าบ้านของเรา
               ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
           1.     ความ สุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งของภายนอก อยู่ที่ตัวเรามากกว่า ถ้าเรารู้จักพอ รู้จักใช้ จิตใจของเราก็จะมีความสุข อยู่ได้ด้วยความพอเพียง
2.    คนที่ร่ำรวยใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป ความสุขขึ้นอยู่กับความคิด ความรู้สึกของคนเรา
        การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
คนเราถ้ารู้จักคำว่า”พอเพียง”                แค่นี้ชีวิตเราก็มีความสุข ความ สุขไม่ได้มาจากการที่เรามีฐานะร่ำรวย มีของดีๆใช้ มีอะไรๆ ครบทุกสิ่งอย่าง แต่ขึ้นอยู่กับตัวเรา ขึ้นอยู่กับความคิด ความรู้สึกของเรา  เรารู้จักพอ รู้จักใช้ แค่นี้ ชีวิตเราก็มีความสุขพอแล้ว
ข้อความที่ประทับใจ
บ้านไม่จำเป็นต้องใหญ่โต สวยหรูอะไรเลย  ขอเพียงเป็นสถานที่ที่เราอยู่อาศัยแล้วสบายใจเท่านั้น ไม่มีที่ใดสุขใจเท่าบ้านของเราอีก

ชื่อเรื่อง    นี้หรือคือชีวิต

ชื่อผู้แต่ง    วรากิจ
สำนักพิมพ์ ศรีสยามพริ้นท์แอนด์แพคก์ จำกัด  ปีที่พิมพ์    2553
                ไพลิน เด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งที่บ้านของเขามีฐานะยากจน พ่อแม่ทำงานรับจ้าง รายได้เพียงน้อยนิด รายจ่ายมากกว่ารายรับ อดมื้อ กินมื้อ เรื่อยมา
                ตอนเด็กๆไพลินเป็นเด็กที่ซื่อๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา จนเพื่อนๆเรียกว่า “ไอใบ้” แต่ เขาเองไม่ได้สนใจอะไร ไพลินไปโรงเรียนใส่เสื้อตัวเก่าๆ ขาดๆ ไม่มีรองเท้านักเรียนใส่ เพื่อนจึงพากันแกล้งไพลินเป็นประจำ จนไพลินรู้สึกกลัวกับการมาโรงเรียน แต่มีอย่างหนึ่งที่ทำให้ไพลินอยากมาโรงเรียน คือ คุณครูพรพรรณ  คุณ ครูพรพรรณรักและเข้าใจ ไพลิน คอยให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ คุณครูพรพรรณรักไพลินเหมือนลูก ไพลินเป็นเด็กตั้งใจเรียนมาก จนทำให้เธอเรียนเก่งที่สุดในห้อง จนไพลินได้รับรางวัลดีเด่น และรางวัลอีกมากมาย พ่อแม่ของไพลินภูมิใจในตัวไพลินมาก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาไพลินเป็นเด็กดี เชื่อฟังพ่อแม่ ไม่ทำตัวเหลวไหล
                ปัจจุบันครอบครัวของไพลินมีฐานะดีขึ้น  พ่อ แม่สามารถส่งลูกๆเรียนสูงๆได้ ไพลินสัญญากับตัวเองว่าจะตั้งใจเรียน เพื่ออนาคตข้างหน้า เพราะไพลินสงสารพ่อแม่ที่ต้องทำงานหนักมาโดยตลอด หยดเหงื่อทุกหยดพ่อกับแม่ทำงานเพื่อไพลินโดยไม่หวังผลตอบแทน แล้วทำไมเธอจะทำเพื่อท่านทั้งสองไม่ได้
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
1.คนเราอาจจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นคนดีได้
2..ในเมื่อเรามีโอกาส เราก็ควรทำมันให้เต็มที่
3.เมื่อเราได้ดีแล้ว จงอย่าลืมบุคคลที่ให้กำลังใจเรา อยู่ข้างๆเรา หาเงินมาเพื่อเรา เราควรตอบแทนบุญคุณให้สมกับสิ่งที่ท่านให้เรามา
การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
ใน เมื่อเรามีโอกาส มีคนที่คอยดูแล คอยให้กำลังใจ คอยส่งเสียทุกอย่าง เราก็ควรทำให้มันเต็มที่ เราพยายามนึกถึงคนที่ไม่มีโอกาสเหมือนเราสิ ในเมื่อเรามีโอกาสก็ควรทำให้มันดี และเมื่อเราประสบความสำเร็จในชีวิต ก็อย่าลืมตอบแทนบุญคุณท่าน คนที่ให้เราตลอดตั้งแต่เล็กจนโต ท่านทำเพื่อเราได้ เราก็ทำเพื่อท่านได้เช่นกัน
ข้อความที่ประทับใจ
หยดเหงื่อทุกหยดพ่อแม่ทำเพื่อลูกโดยไม่หวังผลตอบแทน แล้วทำไมลูกจะทำเพื่อท่านทั้งสองไม่ได้

ชื่อเรื่อง    ร้อยใจประสานมือ

ชื่อผู้แต่ง  นายวิเชียร    นันทชัยพิทักษ์ 
สำนักพิมพ์  คุรุภาลาดพร้าว           ปีที่พิมพ์  2539
สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
            ฟานและทุกคนอาศัยอยู่ในทับหลังใหม่อย่างมีความสุข  ทับใหม่ในป่าผืนสุดท้ายเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่  สายธารไหลรินให้ความชุ่มชื่นแก่ทุกชีวิต  มีมวลสัตว์ป่ามากมายมาให้ล่าเป็นอาหารอย่างไม่ขาดแคลนทั้งเผือก  มัน  สมุนไพร  ล้วนสมบูรณ์พูนสุข เหล่านี้คือสิ่งที่ฟานและพวกของเขาต้องการ  เมื่อสิ่งหนึ่งถูกทำลายสิ่งอื่นๆก็จะถูกทำลายด้วยแต่ขณะเดียวกันคนก็สามารถรักษาป่าได้ด้วย  ป่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฟานและพวกเขา  ยามหิวป่าให้อาหาร  ยามป่วยไข้ป่าให้ยารักษา  ยามหนาวเหน็บป่าให้ความอบอุ่น  ยามเงียบเหงาป่าให้เสียงดนตรีจากต้นไม้ใบหญ้ากรีดใบจากเสียงร้องของสรรพสัตว์  ในขณะเดียวกันฟานก็ต้องมีหน้าที่ดูแลรักษาป่า  เพราะหากวันไหนที่ป่าถูกโค่นทำลายลง  วันนั้นและของพวกก็คงจะไม่มีที่อยู่  วันนั้นคือวันที่ฟานไม่พึงปรารถนาจะพบเห็น แต่ วันนั้นอาจจะมาเยือนฟานในวันข้างหน้าก็ได้ถ้าเราไม่ช่วยกันรักษาป่าไม้ฟาน และเผ่าพันธุ์ของเขาจะสามารถดำรงชีพอยู่ในสภาพวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของเขา ได้หรือไม่  วันนี้…ขณะนี้..คงไม่มีใครตอบได้วิถีชีวิตของชนเผ่าซาไก  ดำเนินไปตามกฎเกณฑ์แห่งความเป็นธรรมชาติ  ตราบใดที่พื้นที่ป่ายังคงอยู่ซาไกก็ย่อมจะไม่สูญพันธุ์ซาไกเปรียบเสมือนเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้  ที่ทำหน้าที่คอยตรวจสอบสภาพป่าไม้และสัตว์ป่าให้อยู่ในสภาพสมดุล 
·       ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
การที่ชนเผ่าซาไกได้อยู่ในป่าก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะพวกจะได้ดูแลรักษาป่าไม่ให้ถูกทำลาย  และถ้าเราไม่ทำลายป่าเราก็จะได้รักษาเผ่าพันธุ์ซาไกได้ด้วย
·       การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
การที่มีป่าไว้ให้เราหาประโยชน์จากป่านั้นเราควรที่จะดูแลรักษาป่าให้ดีอย่าให้ใครมาทำลายได้
·       ข้อความที่ประทับใจ/ข้อคิดเห็นของนักเรียน
มีเผ่าพันธุ์ซาไกอาศัยอยู่ในป่าและดูแลป่าอย่างมีความสุขและหาอาหารในป่ายังไม่ขาดแคลน
ชื่อเรื่อง พูดคำ “ ขอโทษ ” ให้เป็น
ชื่อผู้แต่ง   นิภาพร   เยี่ยมวัฒนา
สำนักพิมพ์   คุณธรรม  ปีที่พิมพ์ 2551
สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
ครั้งหนึ่งมีคนเคยสัมภาษณ์ หลินจื้ออีง นักร้องยอดนิยมเกี่ยวกับ ทัศนะและความประทับใจที่เขามีต่อ สุดยอดซุปเปอร์สตาร์ทั้งสี่ และ กัวฟู่เฉินนักร้องดังของของฮ่องกง หลินจื้ออิงเจตนาตอบสัมภาษณ์ให้ตลกว่า “สี่ซุปเปอร์สตาร์เหรอ ผมไม่รู้จัก ส่วนกัวฟู่เฉิน เขาเป็นพ่อผมเองละมั้ง “คำพูดพอหลุดจากปาก ทุกคนที่อยู่ในที่นั้น ต่างพากันตำหนิว่าเขาไม่รู้จักพูดจา ไม่รู้การควรไม่ควร ต่อมาภายหลัง เพื่อที่จะแก้ไขความผิดพลาดที่ได้ทำลงไป แล้วก็กู้ภาพพจน์ที่ดีของตัวเองขึ้นมาใหม่ เมื่อมีนักข่าวมาขอสัมภาษณ์ เขาบอกอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาว่า “ ผมรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งพูดคำพูดเหล่านั้นออกไป ผมยินดีที่จะขอขมากัวฟู่เฉินต่อหน้าสาธารณะ” เมื่อคำพูดเหล่านั้นได้รับคำตีพิมพ์ออกไป คำวิพากษ์วิจารณ์อันเกิดจาก “ คำให้สัมภาษณ์ “ ในครั้งก่อนจึงสงบลง นั้นแสดงให้เห็นว่า เมื่อเผลอพลั้งพูดอะไรที่ผิดไป การออกมาขอโทษอย่างเปิดเผย บางครั้งก็ได้ผลดีกว่าการหาเรื่องอื่นมากลบเกลื่อนหรือทำเป็นเงียบเฉย
ส่วนใหญ่คนเรา เมื่อทำผิดอะไรไปก็จะรู้สึกอัปยศอดสู อับอายอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็อาจกล่าวคำขอโทษออกมาเบาๆแล้วหลบหนีหน้าไป แต่หลายๆสถานการณ์ เพียงอาศัย คำว่า “ขอโทษ” อย่างเดียวนั้นเพียงพอที่จะทำให้ได้รับความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ การที่เราพั้งปากพูดเป็นสื่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อพูดผิดไปแล้ว มารู้สึกเสียใจภายหลังหาใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้ผลเสียอันเกิดจากการพูดผิดไปนั้นลดลงใหเหลือน้อยที่สุด
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
  • เมื่อรู้จักทำผิด ก็ต้องรู้จักคำว่า ขอโทษ
  • · เมื่อเราพลั้งปากพูดผิด เพียงอาศัย คำว่า ขอโทษ อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้ได้รับความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ แต่ผลเสียอันเกิดจากการพุดผิดไปนั้นอาจลดลงให้เหลือน้อยลงได้
  • การที่เราจะพูดอะไร ควรคิดก่อนพูดเสียก่อน
การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ในประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
  • เมื่อเรารู้สึกทำผิดกับผู้อื่น ก็ต้องขอโทษ ( ขอโทษด้วยความจริงใจ )
  • ในการที่จะพูดอะร ควรคำนึถึงผลที่พูดด้วย
ข้อความประทับใจ/ ข้อคิดเห็นของนักเรียน

การที่เราพลั้งปากพูดผิด เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อพูดผิดไปแล้ว มารู้สึกเสียใจภายหลังหาใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้ผลเสียอันเกิดจากการพูดผิดไปนั้นลดลงให้เหลือน้องที่สุด

ชื่อเรื่อง   นายจ้างกับคนใช้
ชื่อผู้แต่ง   มิราเคิล ออฟไลฟ์
สำนักพิมพ์ ห.จ.ก. เจริญรัฐการพิมพ์    ปีที่พิมพ์  2553
                        สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
 นายจ้างคนหนึ่ง ก่อนออกไปทำงาน สั่งให้คนใช้ขัดรองเท้าให้ ส่วนคนใช้รู้สึกขี้เกียจ จึงพูดขึ้นว่า “จะขัดรองเท้าทำไมพรุ่งนี้ก็เปื้อนอีก”เมื่อนายจ้างได้ยินคนใช้พูดอย่างนั้น…….รู้สึกโมโหนิด ๆ แต่ไม่พูดว่าอะไร เดินไปใส่กุญแจตู้กับข้าวทันที คนใช้เห็นดังนั้นจึงถามขึ้นว่า “ท่านใส่กุญแจตู้กับข้าวทำไมแล้วหนูจะเอาอะไรกิน” นายจ้างจึงตอบว่า “จะกินทำไม พรุ่งนี้ก็หิวอีก” คนใช้ได้ฟังนายจ้างพูดดังนั้นจึงยอมไปขัดรองเท้า ฝ่ายนายจ้างก็ไปเปิดกุญแจตู้กับข้าวให้ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา คนใช้ก็ไม่กล้าตีฝีปากกับนายจ้างอีกเลยถ้าเรข้อคิดที่ได้จากการอ่านาจะประกอบอาชีพสุจริต และเรารู้ว่าเรามีหน้าที่อะไร จงทำตามหน้าที่ชีวิตของเราก็จะเจริญก้าวหน้าและมีความสุข
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
จงทำตามหน้าที่ชีวิตของเราก็จะเจริญก้าวหน้าและมีความสุข
การนำข้คิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์
ใช้ในการดำรงชีวิตอยางอย่างเเคร่งครัด
ข้อความที่ประทับใจ/ข้อคิดเห็นของนักเรียน
จงทำตามหน้าที่ชีวิตของเราก็จะเจริญก้าวหน้าและมีความสุขเพราะคนเราถ้าลื่มหน้าที่ก็ไม่เกิดงาน
ชื่อเรื่อง ของขวัญอันล้ำค่า
ชื่อผู้แต่ง นิรันศักดิ์ บุญจันทร์
สำนักพิมพ์ ธารอักษร ปีที่พิมพ์ 2551
สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
เรื่องราวซึ้ง ๆ ของหญิงสาวตาบอดคนหนึ่ง ที่เกลียดตัวเองเกลียดโชคชะตาที่ทำให้เธอตาบอด จนพาลไปเกลียดทุก ๆ คนรอบตัวเธอไปด้วย แต่ทว่าเธอกลับทุ่มสุดหัวใจรักแฟนหนุ่มที่ทำทุกอย่างเพื่อเธอ และให้กำลังใจเธอในทุก ๆ สถานการณ์ เธอบอกกับแฟนหนุ่มของเธอว่า “ถ้าฉันได้กลับมาเห็นโลกที่สวยงามอีกครั้ง ฉันจะแต่งงานกับเธอ”
และแล้ว วันหนึ่งได้มีผู้ใจบุญบริจาคดวงตามาให้เธอ หลังจากการผ่าตัดที่ผ่านพ้นไปด้วยดี และแล้วก็มาถึงวันที่ถอดผ้าพันแผลออก ทำให้เธอได้มองเห็นโลกอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งได้เห็นแฟนหนุ่มที่อยู่เคียงข้างเธอมาตลอด แล้วแฟนหนุ่มก็ถามเธอว่า “ผมดีใจที่คุณมองเห็นอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากจะขอคุณแต่งงานตามที่สัญญากันไว้ คุณจะแต่งงานกับผมไมครับ”
หญิงสาวมองหน้าแฟนหนุ่มของเธอและเห็นว่า แฟนหนุ่มของเธอนั้นตาบอด เธอตกใจอย่างมากกับตาที่ปิดสนิทของแฟนหนุ่ม และไม่คาดฝันมาก่อนว่าแฟนหนุ่มของเธอนั้นตาบอด เธอคิดว่าเธอคงทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่ต้องเห็นแฟนหนุ่มที่ตาบอดนี้ไปตลอด ชีวิตของเธอ ทำให้เธอปฏิเสธที่จะแต่งงานกับเค้า
แฟนหนุ่มของเธอจากไป พร้อมกับความเศร้าโศกเสียใจ และ น้ำตาที่นองหน้า และหลายวันต่อมาเธอก็ได้พบข้อความที่แฟนหนุ่มเขียนให้เธอว่า “ช่วยดูแลตาของคุณให้ดีที่สุดนะครับที่รัก เพราะก่อนที่ตาคู่นี้จะเป็นของคุณ มันเคยเป็นของผมมาก่อน”
นี่คือเรื่อง ราวที่อาจจะเกิดกับใครหลาย ๆ คน โดยเมื่อสถานะของเราเปลี่ยนแปลงไป ก็ทำให้ความคิดเปลี่ยนตามไปด้วย บางคนลืมไปเลยว่าชีวิตในอดีตของตนเคยเป็นอย่างไรมาก่อนหน้านี้ ลืมสิ่งที่เคยมีความสำคัญกับเราอย่างมากในอดีต และบางครั้งก็ลืมไปว่าใครที่เคยอยู่เคียงข้างเรา ช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
1.เราควรคิดให้ดีก่อนที่จะสัญญากับคนอื่น
2. เราควรนึกถึงสิ่งดีๆที่เขาค่อยทำให้เรา
3.เราอย่าดูคนที่ด้อยกว่าเรา ในเมื่อเราเคยเป็นเหมือนกับเขา
การนำข้อคิดไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ทำให้เรารู้ว่าใครคือคนที่ค่อยอยู่เคียงข้างเราเสมอมา คือคนที่ดูแลเรายามเรามีทุกข์
อย่าให้สัญญากับใคร โดยที่ยังไม่แน่ใจ
ข้อความที่ประทับใจ/ข้อคิดเห็นของนักเรียน
“ช่วยดูแลของคุณให้ดีนะครับสุดที่รัก เพราะก่อนที่ตาคู่นี้ ก่อนที่จะเป็นของคุณมันเป็นของผมมาก่อน”
ชื่อเรื่อง โรคติดอินเตอร์เน็ต
ชื่อผู้แต่ง นายแพทย์ กมล แสงทองศรีกมล
สำนักพิมพ์  พิมพ์ดี บจก.        ปีที่พิมพ์ 34
สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
       อุบัติการ์ณของโรคติดอินเตอร์เน็ตขึ้นอยู่กับความจริงที่ว่าอินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ ผุ้ใช้อินเตอร์เน็ตเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยโรคติดอินเตอร์เน็ต ซึ่งกลุ่มนี้ติดอินเตอร์เน็ตภายใน6 เดือนถึงร้อยละ 25 ได้รายงานความรู้ที่เกิดขึ้นจากคอมพิวเตอร์ว่าเป็นความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจและเบิกบานใจที่สามารถควบคุมเทคโนโลยีได้
อาการของผู้ที่เป็นโรคติดอินเตอร์เน็ต มีดังนี้
1.รู้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ต แม้เวลาที่ไม่ได้ต่อเข้าอินเตอร์เน็ต
  2  .มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลามากขึ้นอยู่เรื่อยๆ
3.ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเตอร็เน็ตได้
4.รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลง หรือหยุดใช้
5.คิดว่าเมื่อใช้อินเตอร์ ตัวเองรู้สึกดีขึ้น
6.ใช้อินเตอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา
7.หลอกคนในครอบครัวหรือเพื่อนในการใช้อินเตอร์เน็ตของตนเอง
8.มีอาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเตอร์เน็ต เช่น หดหู่ กระวนกระวาย เป็นต้น
 ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
                ถึงแม้อินเตอร์เน็ตนั้นสร้างความสะดวกสบายให้แก่เรา แต่ถ้าหากเราไม่รู้จักใช้อินเตอร์เน็ตไปในทางบวก มันก็อาจส่งผลกระทบที่ไม่ดีกับเราได้
การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ในชีวิตประจำวัน
                ปรับเปลี่ยนนิสัยตนเองที่ชอบหมกมุ่นอยู่กับอินเตอร์เน็ตในเวลาที่ไม่จำเป็นที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต เรียนรู้การใช้อินเตอร์ในทางบวกและหลีกเลี่ยงการใช้อินเตอร์เน็ตในทางลบเพราะอาจส่งผลถึงอารมณ์และความรู้สึกหรือสุขภาพจิตเสียได้
ข้อความที่ประทับใจ/ข้อคิดเห็นของนักเรียน
              ผู้ที่เป็นโรคติดอินเตอร์เน็ตมักจะมีอารมณ์ความรู้สึกคิดที่ว่า รู้สึกจิตใจโปร่งใส ความคิดกว้างไกล ภูมิใจในความเฉลียวฉลาดของตนเองและรู้สึกมั่นคงทางจิตใจอยู่เสมอ ทั้งๆที่บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตแต่กลับใช้อินเตอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา